ย้อนรอย ‘พันธุ์-เดชา’ นักโทษข่มขืน 2 รายสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิต

0
ไม่ว่าจะยุคสมัยใด บทลงโทษสูงสุดของผู้ที่ก่อคดีฆาตกรรม นั่นก็คือ ประหารชีวิตให้ตายตกไปตามกัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีที่ดูโหดร้ายทารุณเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแบบใน กฎหมายตราสามดวง การตัดคอ หรือการยิงเป้า 




ตามประวัติศาสตร์ ไทยเราประหารชีวิตด้วยดาบ จนถึง พ.ศ. 2477 จึงได้เปลี่ยนมาเป็นการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า นักโทษรายสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิตด้วยการตัดคอ คือ นางล้วน ในข้อหาฆ่าคนตาย โดยลานประหารอยู่ที่วัดหนองจอก ริมคลองแสนแสบ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อทางการสร้างเรือนจำบางขวาง หรือคุกบางขวางขึ้นมา การประหารชีวิตจึงได้กระทำที่คุกบางขวางตลอดมาจนถึงปัจจุบัน แต่วิธีการประหารก็ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นการฉีดยาพิษตามนานาอารยประเทศ


               


กลางปี 2539 ได้เกิดคดีครึกโครมขึ้นกลางเมืองหลวงของประเทศ สะเทือนขวัญโดยเฉพาะผู้เป็นพ่อแม่ที่มีบุตรหลานยังเล็กๆ อยู่ เมื่อคนร้ายฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัยเพียง 4-5 ขวบถึง 2 คดีในเวลาไล่เลี่ยกัน !!






เวลาบ่ายโมงตรงของวันที่ 5 ก.ค. 2539 มีคนพบศพ  ด.ญ.สุพรรษา เชิดชู หรือ "น้องอ้อม" อายุ 5 ขวบนักเรียนชั้นอนุบาลแห่งหนึ่งในซอยจรัญสนิทวงศ์ 57 เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ในห้องน้ำข้างอาคารเรียน ถูกบีบคอจนเขียวช้ำ อวัยวะเพศมีร่องรอยข่มขืนอย่างทารุณจนเลือดไหลโกรก ที่สะเทือนใจเจ้าหน้าที่และผู้พบเห็นก็คือ สภาพแวดล้อมที่เกิดเหตุ ซึ่งรองเท้าของเหยื่อกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง มีรอยน้ำสาดกระจายทั่ว ชุดนักเรียนที่สวมใส่เปียกโชก ทำให้ชุดสืบสวนสันนิษฐานว่า เหยื่อเคราะห์ร้ายดิ้นรนทุรนทุรายก่อนเสียชีวิต และเชื่อว่าคนร้ายน่าจะจับเด็กกดน้ำด้วย


พล.ต.ต.ธวัชชัย พรหมประสิทธิ์ ผบก.น.ธนบุรี (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) ได้สั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสืบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด รวมถึงสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุทั้งหมด ปรากฏว่ามีนักเรียนหลายคนเห็นผู้ชายอายุประมาณ 30 ปี ท่าทางมีพิรุธ เดินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ โดยเบาะแสสำคัญคือ มีเด็กชายชั้น ป.4 คนหนึ่งเห็นชายคนดังกล่าวโผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำที่เกิดเหตุ แต่เมื่อเห็นเด็กมองมาก็รีบผลุบหน้าหลบกลับเข้าไปในห้องน้ำตามเดิม ด้วยความสงสัยอยากรู้ จึงเดินตามไปดู แต่เมื่อเดินไปเกือบจะถึงห้องน้ำ ประตูก็ถูกถีบผางออกมาอย่างแรง เด็กชายจึงตกใจหงายหลังล้มลงกับพื้น โดยชายต้องสงสัยเดินปรี่เข้ามา ทำให้เด็กจำหน้าได้อย่างแม่นยำ สังเกตเห็นที่ใต้คางมีรอยแผลเป็นอย่างเด่นชัด ด้วยความตกใจกลัวเด็กชายจึงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปทันที จากนั้นไม่นานจึงมีผู้พบศพ "น้องอ้อม" ในห้องน้ำห้องเดียวกับที่เห็นชายต้องสงสัยโผล่ออกมา


ขณะเดียวกัน พยานอีกรายหนึ่งเปิดร้านขายของใกล้โรงเรียน เห็นชายคนเดียวกันนี้ ซึ่งรู้จักในชื่อ "พันธุ์" หรือ "แหล่" มานั่งอยู่หน้าร้าน จึงเข้าไปพูดคุยด้วย สังเกตเห็นนายพันธุ์ มีอาการลุกลี้ลุกลน เสื้อผ้าเปียกน้ำ โดยนายพันธุ์ขอบุหรี่สูบหนึ่งมวนแล้วเดินออกจากร้านไป ภายหลังจึงทราบว่ามีเหตุการณ์ข่มขืนฆ่าเด็กหญิงอนุบาล สงสัยว่านายพันธุ์อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากเพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำ รวมทั้งมีประวัติเสพยาเสพติด


เมื่อเบาะแสทั้งหมดพุ่งไปที่ "นายพันธุ์ สายทอง" ซึ่งมีประวัติถูกจับกุม และจำคุกมาหลายครั้ง เพิ่งพ้นโทษออกมาก่อนเกิดเหตุเพียง 7 วัน คือเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2539 เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังกันออกตามหาตัวนายพันธุ์ จนกระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 6 ก.ค. 2539 ก็ได้รับการติดต่อประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ให้ไปดูตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งถูกจับกุมได้ในข้อหาซ่องโจร เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน โดยสงสัยว่าอาจจะเป็นคนร้ายที่ทาง สน.บางพลัด ต้องการตัว


แม้ว่าในชั้นสอบสวนนายพันธุ์ จะให้การปฏิเสธ แต่มีพยานแวดล้อมชี้ตัวยืนยัน ประกอบกับผลตรวจหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ทั้งคราบอสุจิ เลือดที่เปื้อนเสื้อ รวมถึงขนเพชรระบุได้ว่าเป็นของนายพันธุ์ เจ้าตัวจึงยอมเปิดปากรับสารภาพ



คดีนี้กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ของกระบวนยุติธรรมไทย เพราะศาลใช้เวลาสอบพยานเพียงวันเดียว หลังจากพนักงานสอบสวนและอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2539 และนัดอ่านคำตัดสินในวันรุ่งขึ้นทันที 


ศาลสถิตยุติธรรมทั้ง 3 ศาลมีคำพิพากษาไปในแนวทางเดียวกัน นั่นคือ ตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิต แม้เจ้าตัวจะทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์ แต่ทางกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นว่านักโทษเด็ดขาดรายนี้ กระทำความผิดและมีประวัติการกระทำผิดซ้ำซาก ไม่เข็ดหลาบ ได้รับพระราชทานอภัยโทษออกมาไม่นานก็กลับไปกระทำผิดอีก ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ไม่กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี ในทางกลับกันยังก่อคดีสะเทือนขวัญฆ่าข่มขืนเด็กอายุไม่ถึง 13 ปี ซ้ำอีก ด้วยพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมดังกล่าว เป็นภัยต่อสังคมและประชาชนยากที่จะแก้ไขให้กลับตัว จึงเสนอให้ยกฎีกา


วันที่ 21 มิ.ย. 2542 คือวันสุดท้ายที่ นายพันธุ์ จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ก่อนการประหารชีวิต ได้นิมนต์พระมหานันทา นันทปัญโญ จากวัดบางแพรกใต้ มาเทศนาแสดงธรรมให้แก่นักโทษประหาร โดยชี้ให้ระลึกนึกถึงบาปบุญคุณโทษที่ได้กระทำมา เมื่อถึงเวลา เจ้าหน้าที่ต้องประคองหิ้วปีกไปยังหลักประหาร เพราะเจ้าตัวเข่าอ่อน ไม่มีแรงเดิน


เพชฌฆาต ลั่นกระสุน 9 นัด ปิดฉากชีวิต "พันธุ์ สายทอง"...
....................................................................................................................................................................................
 
13 วันหลังจากเกิดคดีแรก คือวันที่ 18 ก.ค. 2539 ผู้คนในสังคมต้องสะเทือนใจอีกครั้ง เมื่อมีผู้พบศพ "น้องนุ่น" ด.ญ.สุกัญญา สุวรรณสุก วัย 4 ขวบ เสียชีวิตอยู่ในห้องพักไม่มีเลขที่ของโรงงานทำไม้แปรรูปแห่งหนึ่ง ย่านสุวินทวงศ์ กรุงเทพฯ ในสภาพใบหน้าและร่างกายมีรอยฟกช้ำดำเขียว อวัยวะเพศมีรอยฉีกขาด มีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอดและทวารหนัก ผลการตรวจพิสูจน์ของแพทย์นิติเวช ยืนยันว่าเหยื่อถูกข่มขืนจนอวัยวะเพศฉีกขาดจนถึงทวารหนัก สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงเกิดจากสมองบวม มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง และเสียเลือดมากจากอวัยวะเพศที่ฉีกขาด !!



จากพยานหลักฐานทั้งหมด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเชื่อว่า "เดชา สุวรรณสุก" อายุ 49 ปี พ่อเลี้ยงของเหยื่อซึ่งเป็นคนงานตรวจเช็คไม้ของโรงงานดังกล่าว น่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการเสียชีวิตครั้งนี้  เพราะมีพยานระบุว่าเป็นคนขี้เหล้า เวลาเมาชอบกระทำรุนแรงทุบตีน้องนุ่นเป็นประจำ จึงเชิญตัวมาสอบสวน นายเดชาให้การปฏิเสอ้างว่าวันเกิดเหตุมีลูกชายอีกคนของเขาอยู่กับน้องนุ่นตามลำพัง เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าน้องนุ่นมีอาการผิดปกติ เลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศ จึงไปซื้อยาแก้อักเสบมาให้กิน กระทั่งวันรุ่งขึ้นน้องนุ่นก็เสียชีวิตแล้ว


เจ้าหน้าที่นำตัวนายเดชาไปตรวจร่างกาย พบว่าบริเวณอวัยวะเพศมีแผลถลอก เจ้าตัวอ้างว่าเกิดจากการสำเร็จความใคร่ แต่ตำรวจยังพบร่องรอยขีดข่วนบริเวณมือซ้ายและหน้าอก จึงนำตัวไปตรวจเลือดพิสูจน์ดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับน้ำอสุจิที่พบในช่องคลอด ระหว่างการเจาะเลือด นายเดชายังปฏิเสธถึงเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นกับลูกเลี้ยง บอกกับนักข่าวที่มารอทำข่าวว่าถูกตำรวจใช้กระบองไฟฟ้าจี้บังคับให้รับสารภาพ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเดชา และลูกชายที่ถูกอ้างถึงว่าอยู่บ้านตามลำพังกับน้องนุ่น ไปตรวจร่างกายและหล่อแบบฟัน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับรอยแผลที่ใบหน้าของน้องนุ่น


วันที่ 23 ก.ค. 2539 ผลการตรวจร่างกายของนายเดชาและลูกชายเบื้องต้น ปรากฏว่าบาดแผลที่อวัยวะเพศของนายเดชา เป็นแผลที่ถลอกใหม่และเป็นบาดแผลช้ำแดงไปทั่ว ส่วนที่แขนซ้ายด้านนอกและใต้ศอก มีรอยเล็บข่วนเล็กเท่ากับเล็บของเด็ก บาดแผลรอยฟันกัดที่ใบหน้าของน้องนุ่น เข้ากันได้พอดีกับรอยฟันของนายเดชา สำหรับเรื่องที่นายเดชาอ้างว่าถูกตำรวจซ้อมนั้น ผลการตรวจร่างกายยืนยันว่าไม่พบบาดแผลอื่นใด ส่วนลูกชายนายเดชา แพทย์ยืนยันว่า อวัยวะเพศมีลักษณะเติบโตไม่เต็มที่ และไม่พบบาดแผลใดๆ ที่ร่างกายตั้งแต่หัวจนถึงเท้า รอยฟันกัดที่แก้มของน้องนุ่น ไม่สามารถเข้าได้กับลูกชายนายเดชา จึงเชื่อว่าลูกชายนายเดชาบริสุทธิ์ !!


วันุร่งขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่สอบเค้นอย่างหนักอีกครั้ง นายเดชาจึงยอมเปิดปากรับสารภาพอย่างหมดเปลือก ว่าเป็นผู้ลงมือข่มขืนลูกเลี้ยงจนเสียชีวิต เนื่องจากเมาสุราบวกกับความแค้นที่ภรรยาหนีไปอยู่กับชายอื่น ทั้งที่กำลังตั้งครรภ์ จึงลงมือข่มขืนน้องนุ่นทั้งทางอวัยวะเพศและทางทวารหนัก ก่อนจะพาเข้าไปล้างคราบเลือดในห้องน้ำแล้วมานำมานอนอยู่บนเตียงจุดที่เสียชีวิต และลงมือข่มขืนซ้ำอีกครั้ง แม้เห็นว่ามีเลือดไหลออกจากอวัยวะเพศของน้องนุ่น แต่ไม่คิดว่าจะถึงอันตรายจนเสียชีวิต จึงไม่พาไปหาหมอ กระทั่งน้องนุ่นทนความเจ็บปวดไม่ไหว ประกอบกับเสียเลือดมากจึงเสียชีวิตในที่สุด
                                                                              ..... 

เช่นเดียวกับคดีแรก ทั้ง 3 ศาลพิพากษาให้ประหารชีวิต น.ช.เดช สุวรรณสุก เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2542 เวลา 17.45 น. ด้วยปืนกลเอชเค. เอ็มพี 5 รวม 8 นัด  


โดยก่อนจะถูกกระสุนปืนปลิดชีพ น.ช.เดชา ยังคงยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือกระทำต่อน้องนุ่น แต่ถูกตำรวจใช้กระบองไฟฟ้าจี้บังคับให้รับสารภาพ"...ผมไม่เชื่อว่าความยุติธรรมจะมีเหลืออยู่ในโลก มีเพื่อนนักโทษอีกหลายคนที่ติดคุกโดยไม่ได้ทำความผิด บางคนร้ายแรงถึงโทษประหารเหมือนผม เมื่อผมตายไปแล้วความจริงปรากฏขึ้นมาว่า ใครเป็นคนทำน้องนุ่น ผมอยากรู้ว่าใครจะมาเป็นผู้ชดใช้ชีวิตให้ผม สำหรับหัวหน้าทุกคนผมรู้ว่าต้องทำตามหน้าที่ ผมยินยอมเข้าหลักประหารแต่โดยดี คิดเสียว่าเป็นกรรมเก่าของผมก็แล้วกัน.." และเขียนจดหมายถึงพ่อและแม่ ความตอนหนึ่งว่า [i]"...ความยุติธรรมไม่มีในโลกนี้ ถ้าชาติหน้ามีจริงขอเกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่ใหม่.."[/i]  (จาก คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร"
0
ไม่ชอบ:

343
อ่าน 343 ● ตอบ 0
ความคิดเห็น

กระทู้แนะนำ

กระทู้แนะนำ กระทู้เด่นที่ต้องอ่าน
แสดงความคิดเห็น
หรือ